แรชฟอร์ด คนเดียวสองประตูพา แมนยู คว้าชัยเหนือ สเปอร์ส

seo seo

หยุดความร้อนแรงของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ต้องเสียสถิติ ชนะรวด 3 เกมในทุกรายการ เก็บเพิ่มเป็น 21 คะแนน พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ของตารางในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ผ่านมา “เดอะ สเปเชียล วัน” กลับมาเจอทีมเก่าสุดช้ำ หลังโดน มาร์คัส แรชฟอร์ด เหมาคนเดียวสองประตูพา แมนยู คว้าชัยเหนือ สเปอร์ส 2-1

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

     “เดอะ สเปเชียล วัน” กลับมาเจอทีมเก่าสุดช้ำ หลังโดน มาร์คัส แรชฟอร์ด เหมาคนเดียวสองประตูพา แมนยู คว้าชัยเหนือ สเปอร์ส 2-1

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมเสมอมา 2 นัดทีมอยู่อันดับ 9 จนเก้าอี้เริ่มร้อนขึ้นมาทุกทีฟอร์มล่าสุดเสมอกับแอสตัน วิลล่า 2-2 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    ทางด้าน โชเซ่ มูรินโญ่ พาไก่เดือยทอง ชนะรวด 3 เกมในทุกรายการเป็น 2 นัดในพรีเมียร์ลีกทำให้ทีมพุ่งขึ้นที่ 5 โดยตามพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่าง เชลซี 6 แต้ม

    เริ่มเกมได้เพียง 6 นาที “ปีศาจแดง” ได้ประตูออกนำไปก่อนจากบอลทางฝั่งซ้ายของ เจสซี่ ลินการ์ด ลากดึง ดาวินซอน ซานเชซ หลุดออกจากตำแหน่งก่อนเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด สอดมาเก็บตกก่อนตะบันด้วยขวาบอลกระดอนพื้นเบียดเสาแรกสุดสวย
    
    นาทีที่ 12 โอกาสลุ้นครั้งแรกของทัพ “ไก่เดือยทอง” เป็นลูกฟรีคิกระยะอันตรายหน้ากรอบเขตโทษของ แฮร์รี่ เคน วิ่งมาซัดด้วยขวาบอลข้ามคานออกไปพอได้ลุ้น

มูพ่ายแล้ว! "แรชฟอร์ด" เหมาสองเซฟโซลชาแมนยูตบสเปอร์สแซงขึ้นอันดับ6

    5 นาทีต่อมา “ปีศาจแดง” ได้ลุ้นฟรีคิกบ้างเป็น มุสซ่า ซิสโซโก้ ไปเสียเหลี่ยมหวด เฟร็ด ล่วงลงไปและเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ลองปั่นโค้งบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    นาทีที่ 23 เจ้าถิ่น เกือบบวกสกอร์เพิ่มเป็น แดเนียล เจมส์ ใช้ความเร็วเล่นงาน แยน แฟร์ต็องเก้น หลุดขึ้นมาตวัดเข้าในให้ เจสซี่ ลินการ์ด แตะต่อให้ เมสัน กรีนวู้ด สอดมายิงไปติดเซฟ เปาโล กัซซานิก้า

    “ปีศาจแดง” โหมกระหน่ำต่อเนื่องคราวนี้เป็น เจสซี่ ลินการ์ด พาบอลเปิดพื้นที่ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลองซัดไกลระยะร่วม 30 หลา บอลพุ่งส่ายไปติดปลายมือ เปาโล กัซซานิก้า ชนคานเด้งออกมา

    ต่อมานาทีที่ 26 ยังคงเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด เล่นงานแนวรับ สเปอร์ส จนหัวหมุนรับบอลจาก เจสซี่ ลินการ์ด ปั่นด้วยขวาอีกครั้งบอลพุ่งตรงกรอบแต่ ปาโล กัซซานิก้า “ซุฟเปอร์เซฟ” ช่วย “ไก่เดือยทอง” เอาไว้ได้

    แต่แล้วนาทีที่ 39 สเปอร์ส ที่โอกาสแทบไม่มีมาตามตีเสมอสำเร็จเป็นลูกครอสของ แยน แฟร์ต็องเก้น บอลแฉลบลึกมาเสาสองถึง แซร์ช โอริเย่ร์ ตวัดไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา เด้งมาเข้าทาง เดเล่ อัลลี่ โชว์ลีลายกบอลข้ามผู้เล่น แมนยู ก่อนซัดเข้าไปไม่มีเหลือ

    หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด 1 สเปอร์ส 1

    เปิดฉากครึ่งหลังมา 2 นาที “ปีศาจแดง” ออกนำอีกครั้งเป็นจังหวะผิดพลาดของ มุสซ่า ซิสโซโก้ ช้ากว่าไปทำฟาวล์ มาร์คัส แรชฟอร์ด ล่วงลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าวิ่งมาชี้เป็นลูกจุดโทษ และเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ลุกมาสังหารเข้าไป 

    นาทีที่ 52 สเปอร์ส เกือบตีเสมอทันควันเป็นความผิดพลาดของ แอชลี่ย์ ยัง โดน ลูคัส มูร่า ฉกบอลก่อนครอสให้ ซน ฮึง-มิน ดึงจังหวะหาช่องก่อนตวัดด้วยขวาไปติดบล็อคแนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีก 10 นาทีต่อมายังคงเป็น “ปีศาจแดง” ที่ทำได้ดีกว่ามีลุ้นอีกครั้งจากจังหวะยิงไกลของ แดเนียล เจมส์ บอลตรงกรอบแต่เบาเข้ามือ เปาโล กัซซานิก้า

มูพ่ายแล้ว! "แรชฟอร์ด" เหมาสองเซฟโซลชาแมนยูตบสเปอร์สแซงขึ้นอันดับ6

    นาทีที่ 68 แนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด ประสานงานน่ากลัวทำชิ่งเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจังหวะสุดท้ายเป็น แดเนียล เจมส์ ได้ยิงอีกครั้งแต่ก็ยังติดปลายมือ เปาโล กัซซานิก้าก่อนหมดเวลา 10 นาที “ไก่เดือยทอง” พยายามเร่งเครื่องคราวนี้เป็น ซน ฮึง-มิน หลุดเข้าเขตโทษทางซ้ายก่อนครอสบอลลึกมาเสาสองเกือบเข้าหัว แซร์ช โอริเย่ร์ แต่แรงเลยออกไป

   ท้ายเกมนาทีที่ 84 สเปอร์ส ตัดบอลได้กลางสนามสวนกลับหลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้ายและเป็น แซร์ช โอริเย่ร์ สอดมารับบอลเปิดที่เสาสองก่อนซัดไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา

    ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 2 มาร์คัส แรชฟอร์ด พลาดทำ แฮตทริก หลังหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่จังหวะยิงไปติดบล็อคแนวรับ สเปอร์ส จังหวะสุดท้ายของเกมนี้เป็นลูกโยนยาวเข้ากรอบเขตโทษบอลมาเข้าทาง เดเล่ อัลลี่ พักหนึ่งทีก่อนซัดด้วยขวาไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา ล้มตัวรับเอาไว้ได้

    หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 2 สเปอร์ส 1

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – แดเนียล เจมส์, เจสซี่ ลินการ์ด (ลุค ชอว์ น.87), มาร์คัส แรชฟอร์ด – เมสัน กรีนวู้ด (อันเดรียส เปเรร่า น.80)

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    สเปอร์ส (4-2-3-1) : เปาโล กัซซานิก้า – แซร์ช โอริเย่ร์, ดาวินซอน ซานเชซ, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น – มุสซ่า ซิสโซโก้ (โจวานี่ โล เซลโซ่ น.85), แฮร์รี่ วิงค์ส (ลุต็องกี เอ็นดอมเบเล่ น.70) – ลูคัส มูร่า (คริสเตียน อีริคเซ่น น.64), เดเล่ อัลลี่, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน

ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ อาหาร , กีฬาได้ที่

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : อาหารเพื่อสุขภาพ , อัพเดจข่าวฟุตบอล

ที่มา : เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABETsa gaming , ราคาบอล,slotxo

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

สิงห์บลูส์ ขยี้ สิงห์ผงาด เชลซี 2-1 แอสตัน ยึดที่ 4 ของตาราง

     ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ น […]

Subscribe US Now